Wednesday, May 27, 2026

ยุทธศาสตร์การบริหารวงจรเครดิตและการติดตามหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ยุทธศาสตร์การบริหารวงจรเครดิตและการติดตามหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ

(Credit Cycle Management and Strategic Debt Collection)

ในระบบเศรษฐกิจปัจจุบัน "เครดิต" (Credit) เปรียบเสมือนน้ำมันหล่อลื่นที่ขับเคลื่อนการค้า แต่หากบริหารจัดการไม่ดีอาจกลายเป็น "หนี้เสีย" (Non-Performing Loans: NPLs) ที่ทำลายสภาพคล่องขององค์กร การบริหารเครดิตจึงไม่ใช่แค่หน้าที่ของฝ่ายบัญชี แต่เป็นกลยุทธ์รวมขององค์กรที่ต้องผสมผสานทั้งศาสตร์การวิเคราะห์และศิลปะในการเจรจา

1. การบริหารจัดการเครดิตเชิงรุก (Proactive Credit Management)

กระบวนการเริ่มต้นตั้งแต่ก่อนเกิดการซื้อขาย เพื่อลดความเสี่ยงจากการค้างชำระ โดยแบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก:

  • การกำหนดนโยบายเครดิต (Credit Policy): องค์กรต้องกำหนดมาตรฐานที่ชัดเจน เช่น เกณฑ์การอนุมัติ (Credit Standard), ระยะเวลาการให้สินเชื่อ (Credit Term) และส่วนลดเงินสดเพื่อกระตุ้นการชำระก่อนกำหนด

  • การวิเคราะห์ลูกหนี้ด้วยหลัก 5C’s: เป็นเครื่องมือพื้นฐานที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดในการประเมินความสามารถในการชำระหนี้ (Capacity) และความน่าเชื่อถือ (Character) ของลูกค้า

  • การประเมินคะแนนเครดิต (Credit Scoring): การใช้ข้อมูลในอดีตและสถิติมาคำนวณเป็นตัวเลขเพื่อจัดชั้นกลุ่มลูกค้า (Risk Grading) ช่วยให้การตัดสินใจอนุมัติวงเงินเป็นไปอย่างรัดกุมและเป็นธรรม

2. กลยุทธ์การติดตามหนี้ (Debt Collection Strategies)

เมื่อลูกหนี้เริ่มผิดนัดชำระ กระบวนการติดตามต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบ (Systematic Approach) เพื่อรักษาทั้ง "เงิน" และ "ความสัมพันธ์":

  • การเตือนล่วงหน้า (Early Warning Signals): การสังเกตสัญญาณอันตราย เช่น ลูกค้าเริ่มจ่ายล่าช้าผิดปกติ หรือขอเลื่อนนัดบ่อยครั้ง นักบริหารหนี้ต้องรีบเข้าไปตรวจสอบสาเหตุทันที

  • จิตวิทยาการเจรจา (Collection Psychology): การติดตามหนี้ที่มีประสิทธิภาพต้องใช้ "การสื่อสารเชิงบวก" เริ่มจากการสอบถามปัญหา (Empathy) และนำเสนอทางเลือกในการปรับโครงสร้างหนี้ (Debt Restructuring) เพื่อให้ลูกหนี้เห็นทางออกมากกว่าการกดดันเพียงอย่างเดียว

  • การติดตามหนี้ตามกฎหมาย: หากการเจรจาไม่เป็นผล ต้องเข้าสู่ขั้นตอนการส่งหนังสือทวงถาม (Notice Letter) และการฟ้องร้องดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ให้กู้

3. การวัดผลด้วยดัชนีชี้วัด (Key Performance Indicators - KPIs)

การบริหารเครดิตจะสัมฤทธิ์ผลได้ต้องมีการวัดผลที่จับต้องได้:

  1. DSO (Days Sales Outstanding): ระยะเวลาเฉลี่ยในการเก็บหนี้ ยิ่งสั้นยิ่งแสดงถึงประสิทธิภาพของฝ่ายเก็บเงิน

  2. Collection Effectiveness Index (CEI): เปรียบเทียบยอดที่เก็บได้จริงกับยอดที่คาดว่าจะเก็บได้

  3. Aging Report: การจัดกลุ่มอายุลูกหนี้เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มหนี้สูญ


บทสรุป

การบริหารจัดการเครดิตและการติดตามหนี้ที่ดี ไม่ได้หมายถึงการปฏิเสธการให้เครดิตทั้งหมด แต่คือการ "ให้เครดิตแก่คนที่เหมาะสม ในวงเงินที่พอดี และมีระบบติดตามที่ฉับไว" เพื่อให้ธุรกิจเติบโตไปพร้อมกับฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง เหมือนการเลือกวัตถุดิบทำข้าวซอยที่ต้องคัดสรรอย่างดีเพื่อให้ได้รสชาติที่กลมกล่อมและยั่งยืน


เอกสารอ้างอิง (References)

กิตติพันธ์ ปอแก้ว. (2562). การบริหารสินเชื่อและการวิเคราะห์สินเชื่อ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย. (2565). การบริหารกระแสเงินสดและลูกหนี้การค้าสำหรับ SMEs. สืบค้นจาก https://www.set.or.th

ธนาคารแห่งประเทศไทย. (2564). แนวปฏิบัติที่ดีในการบริหารจัดการหนี้และการทวงถามหนี้อย่างเป็นธรรม. สืบค้นจาก https://www.bot.or.th

Brigham, E. F., & Houston, J. F. (2021). Fundamentals of Financial Management (15th ed.). Cengage Learning.

Ross, S. A., Westerfield, R. W., & Jordan, B. D. (2022). Essentials of Corporate Finance (11th ed.). McGraw-Hill Education.

HIPO Training. (2569, 26 พฤษภาคม). ยุทธศาสตร์การบริหารวงจรเครดิตและการติดตามหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ. https://hipotraining.co.th/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2-369415-%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4.html

Wednesday, March 13, 2024

หลักสูตร การเขียน E-Mail ภาษาอังกฤษอย่างมืออาชีพ

การเขียน E-Mail ภาษาอังกฤษอย่างมืออาชีพ

 

วิทยากร: อาจารย์โรจ เทพวัลย์

ผู้อำนวยการกลุ่มกิจการต่างประเทศ
ผู้อำนวยการสถาบันเศรษฐกิจความหลากหลายทางชีวภาพ
ผู้อำนวยการกลุ่มสื่อสารองค์กรและสื่อสารการตลาด

 

21 พฤษภาคม 2567

09.00-16.00 น.

** โรงแรมโกลด์ ออร์คิด กรุงเทพฯ (ถนนวิภาวดีฯ-สุทธิสาร)

*สถานที่จัดสัมมนาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม


หลักการและเหตุผล

           ในยุคโลกไร้พรมแดน และการเปิดการค้าเสรีกับนานาอารยะประเทศนั้น การติดต่อสื่อสารโดยใช้ภาษาสากลอย่างภาษาอังกฤษจึงมีความสำคัญยิ่งนัก ในอันที่จะติดต่อทำธุรกิจกับนานาประเทศ โดยเฉพาะการติดต่อสื่อสารด้วยเอกสาร หรือจดหมาย Email เนื่องด้วย จดหมายและ Email เป็นสื่อที่ใช้ในการแสดงหรือยืนยันข้อความต่างๆ ที่ได้มีการตกลงกันไว้ ซึ่งจะใช้เป็นหลักฐานในอนาคตได้ นอกจากนี้ Email ยังเป็นวิธีการสื่อสารที่นับวันจะเพิ่มอิทธิพลต่อการใช้ในทางธุรกิจมากขึ้น ดังนั้น การเรียนรู้เทคนิคและวิธีในการสื่อสารด้วยการเขียนจดหมายและ Email รวมทั้งเอกสารอื่นๆ ทางธุรกิจด้วยภาษาอังกฤษอย่างมืออาชีพ ถูกหลักไวยากรณ์ และรู้ซึ้งถึงวัฒนธรรม ย่อมเสริมสร้างความประทับใจที่ดีต่อลูกค้าที่ติดต่อ และส่งผลดีการตกลงทางธุรกิจ

            หลักสูตรนี้จึงได้พัฒนาขึ้นมาเพื่อให้ผู้เข้าอบรม ไม่ว่าจะเป็นนักบริหาร เลขานุการ ทีมนักขาย ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ และพนักงานที่ต้องการพัฒนาทักษะการสื่อสารด้านภาษาอังกฤษ ได้เรียนรู้ทั้งเทคนิควิธีและฝึกปฏิบัติการสื่อสารในการเข้าถึงลูกค้าด้วยการสื่อสารทางจดหมายและ Email รวมทั้งเอกสารอื่นๆ ทางธุรกิจที่จำเป็นอย่างเป็นระบบ รวมทั้งเคล็ดลับอื่นๆ ที่จะทำให้ผู้อบรมได้เข้าใจและสามารถประยุกต์ใช้ได้ด้วยตนเองเมื่อปฏิบัติงานจริง

วัตถุประสงค์ : 

1. เพื่อให้เข้าใจในหลักการและเทคนิคในการเขียน E-Mail ที่ดี

2. เพื่อเรียนรู้รูปแบบต่าง ไม่ว่าจะเป็นการเขียน E-Mail, จดหมาย และบันทึก

3. เพื่อให้ทราบว่าสิ่งที่ควรเขียน และไม่ควรเขียนใน E-Mail

4. เพื่อให้ทราบถึงขั้นตอนและกลยุทธ์ในการเขียนในรูปแบบต่างๆ ที่ถูกต้อง


หัวข้อการฝึกอบรม/สัมมนา :

มาตรฐาน  (Standard)

  • จุดมุ่งหมายของการสื่อการเขียน (Business writing purpose)
  • ความสำคัญและหลักการในการ “เขียนที่ดี” เชิงธุรกิจ (Effectiveness of business writing)
  • มาตรฐานการพัฒนา และ ขั้นตอน การ “เขียนที่ดี” (Basic for good business

Writing skills)

  • เทคนิคการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อการ “เขียนที่ดี” (English business writing Technic)
  • กลยุทธ์ (Strategies)
  • กลยุทธ์ และ กระบวนการ “นักเขียนที่ดี” (Standard and  process of  good writing strategies)
  • รูปแบบการเขียน “จดหมาย” “บันทึก” และ “E-mail” (Standard Patterns of Letter, Memo and E-mail)กรณีศึกษากลุ่ม และ ฝึกปฏิบัติ  (Group Case Study / Workshop)
  • ฝึกปฏิบัติกลุ่ม (Group Case Study)
  • การนำเสนอผลงาน (Presentation)
  • การประเมินผล (Analysis)

สรุปผล - คำถาม / คำตอบ  (Conclusion - Q & A)


Wednesday, July 22, 2020

หลักสูตร Excellent Leadership สุดยอดหัวหน้า (อบรม 28 ส.ค. 2563)


หลักสูตร Excellent Leadership
สุดยอดหัวหน้า

วิทยากร: อาจารย์สุพจน์ กฤษฎาธาร
อดีต Business Unit Manager ฝ่ายขายและฝ่ายการตลาด
บริษัท แอ๊บบอต ลาบอแรตอรีส จำกัด จากสหรัฐอเมริกา  
Senior Manager ฝ่ายขายและบริการ บริษัท เทเลคอมเอเชีย คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
และ  ฝ่ายขายและฝ่ายการตลาด บริษัท เบอริงเกอร์ อินเกลไฮม์ (ไทย) จำกัด จากเยอรมนี
จากประสบการณ์ตรงและจริงในวงการที่มากด้วยคุณภาพมากกว่า 30 ปี

28 สิงหาคม 2563
09.00 – 16.00 น.
** โรงแรมโกลด์ ออร์คิด กรุงเทพฯ (ถนนวิภาวดีฯ-สุทธิสาร)

*สถานที่จัดอบรมอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

หลักการและเหตุผล

          ในโลกของการแข่งขันที่รุนแรงเช่นนี้ องค์กรจะขับเคลื่อนไปได้ต้องอาศัยหัวหน้าที่ดีและเก่ง มีความรู้มีความสามารถในการกำหนดทิศทางขององค์กร ลูกน้องอีกหลายร้อยคนจะต้องเป็นผู้ที่เดินอยู่ในทิศทางที่หัวหน้ากำหนด หากหัวหน้ากำหนดทิศทางผิด ไม่มีภาวะผู้นำที่ดี เส้นทางแห่งความสำเร็จย่อมวกวนลูกน้องเกิดสับสนอย่างแน่นอน และในที่สุดองค์กรย่อมแตกความสามัคคีได้ ในทางตรงข้ามหากหัวหน้ามีภาวะผู้นำที่ดี ย่อมทำให้ลูกน้องยอมรับ ศรัทธาและเชื่อมั่นในตัวหัวหน้า จนสามารถนำทีมทั้งหมดไปสู่เส้นทางลัดแห่งความสำเร็จได้

          หลักสูตรนี้จึงได้พัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบสนองให้ผู้เข้าอบรม ซึ่งเป็นหัวหน้างานทั้งมือเก่าและมือใหม่ให้ได้รับความรู้เทคนิคและเรียนรู้ประสบการณ์ในการพัฒนาตนให้เป็นผู้นำที่ดีมีความสามารถ เป็นที่ต้องการขององค์กรและลูกน้องรัก รวมทั้งการทำกิจกรรม Workshop เพื่อพัฒนาหัวหน้างานให้เป็นนักฝึกอบรม เมื่อจบการอบรมคาดว่า ผู้เข้าสัมมนาจะสามารถประยุกต์และต่อยอดความรู้เรื่องนี้ได้อย่างสัมฤทธิ์ผลด้วยตนเอง

วัตถุประสงค์: 
  1. เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องสุดยอดหัวหน้า (Excellent Leadership)
  2. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในการเป็นผู้นำที่มีทักษะและความสามารถในการบริหารลูกน้อง สร้างผลงานให้องค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หัวข้อการบรรยายและ Workshop
1.    องค์รวมการบริหารงานสำหรับหัวหน้างาน
2.    บทบาท และ หน้าที่ของหัวหน้างาน - การเข้าใจบทบาทหน้าที่และ ความรับผิดชอบของตนเอง โดยเฉพาะบทบาทในการเชื่อมต่อระหว่างผู้บริหารและพนักงาน และ การสร้างลูกน้องให้เก่งและดี
3.    คุณสมบัติของความเป็นหัวหน้า –เรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเองให้เป็นสุดยอดหัวหน้า (คุณธรรมและความซื่อสัตย์)
4.    หัวหน้าที่ลูกน้องต้องการ – หัวหน้าในอุดมคติของลูกน้อง
5.    สวมหมวกความเป็นลูกน้อง- เรียนรู้เทคนิคการเข้าใจลูกน้อง ในที่สุดจะปรับตัวเข้าหาลูกน้องได้
6.    กิจกรรม : “คุณเป็นหัวหน้าที่ดีเพียงใด”
7.    รูปแบบพฤติกรรมของลูกน้อง – เรียนรู้เพื่อสร้างลูกน้องให้เป็นแขนขาที่ดี
8.    กิจกรรม : “การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลูกน้อง”
9.    การปรับตัวของหัวหน้าเข้าหาลูกน้อง – ปรับตัวอย่างไรให้ลูกน้องยอมรับในตัวหัวหน้า
·              การใช้จิตวิทยา และ คำพูดกับลูกน้อง
·              การประคับประคองลูกน้อง – ลูกน้องควรจะเก่งเหมือนหัวหน้า หรือ เก่งในสิ่งที่เขาเป็น
10. เทคนิคการสื่อสาร กับ ลูกน้องอย่างเข้าอกเข้าใจ
11. การสั่งงาน และ การสอนงาน - แยกการสั่ง และ การสอนงานให้เป็น พร้อมเรียนรู้เทคนิคเพิ่มเติมในเรื่องการสอนงานลูกน้องอย่างเป็นระบบ ทำให้ลูกน้องทำงานได้ดีขึ้น
12. การติดตามผลงานลูกน้องอย่างเป็นระบบ
13. กิจกรรม Workshop: การสอนงาน และ การติดตามผล อย่างได้ผล - พร้อมเทคนิคเพิ่มเติม
14. กลยุทธ์การสร้างบรรยากาศในการทำงาน
15. การสร้างพลังทีมให้ฮึกเหิม
16. กิจกรรม Workshop: การสร้างทีม
17. สรุป คำถามและคำตอบที่หัวหน้างานต้องการเรียนรู้

ประกาศนียบัตร: บริษัท ไฮโพ เทรนนิ่ง แอนด์ คอนเซ้าท์แทนซี่ จำกัด



รายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:
บริษัท ไฮโพ เทรนนิ่ง แอนด์ คอนเซ้าท์แทนซี่ จำกัด
  โทรศัพท์: 02-615-4499, 02-615-4477-8  
  แฟกซ์: 02-615-4479 Hotline: 086-3183151-2
  เว็บไซต์: www.hipotraining.co.th
  อีเมล์: hipotraining@gmail.com
  ไอดี ไลน์: hipotraining
  เฟสบุ๊ค: www.facebook.com/HIPOtraining

อบรม, สัมมนา, ผู้บริหาร, หัวหน้างาน, สุดยอดหัวหน้า

หลักสูตร Professional Time Management (อบรม 10 ส.ค. 2563)


หลักสูตร Professional Time Management


อดีต General Manager - บริหารสินค้า บริษัท ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด
อดีตผู้จัดการและบริหารการขายอุตสาหกรรมนมไทย(นมตรามะลิ)
ประสบการณ์ระดับงานบริหารและเป็นผู้เชี่ยวชาญการวางแผนงาน และพัฒนาระบบงาน
ที่ใคร ๆ ต้องถามถึงทั้งวงการมากกว่า 25 ปี


10 สิงหาคม 2563
09.00 – 16.00 น.
** โรงแรมโกลด์ ออร์คิด กรุงเทพฯ (ถนนวิภาวดีฯ-สุทธิสาร)

*สถานที่จัดสัมมนาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม


หลักการและเหตุผล

             ปัจจุบันเวลากับการบริหารเวลาในการทำงานมีความสำคัญกับการสร้างความสำเร็จ และความพึงพอใจทั้งผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงานร่วมกันในองค์กร รวมถึงลูกค้าต่าง ๆ ที่ต้องการติดต่อสื่อสารประสานงานให้งานสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ เวลากับการการบริหารงานให้ประสบความสำเร็จ มีประสิทธิภาพและผลสำเร็จที่ดีนั้น ผู้ปฏิบัติงานต้องมีความรู้ความสามารถในบริหารจัดการเรื่องเวลาที่ดี เพื่อผลผลิต (Productivity) และความพึงพอใจ (Satisfaction) ที่ชัดเจน ได้มาตรฐาน และรวดเร็ว

      ดังนั้น เทคนิคการบริหารเวลาที่จะให้ได้ผลอย่างมีประสิทธิภาพ จึงต้องอาศัยการฝึกฝนความมีระเบียบ ความใส่ใจ ความชำนาญ และสร้างแนวคิดใหม่ๆ จากพื้นฐานความรับผิดชอบงาน และการส่งต่องานไปยังจุดต่อไป เพื่อช่วยให้เกิดความรวดเร็วทันเวลาในการปฏิบัติงาน และสามารถนำความรู้ด้านเทคนิคการบริหารเวลาไปประยุกต์ใช้ในการทำงาน และในชีวิตประจำวันต่อไป



      1. เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวตนเอง มีหลักการและเทคนิคการจัดการงานกับการบริหารเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Knowledge Results Objective)
      2. เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมฝึกทักษะการบริหารเวลาด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ และสามารถนำความรู้และเครื่องมือการจัดการและการบริหารเวลาไปประยุกต์ใช้ในการทำงาน และในชีวิต ประจำวันได้อย่างเหมาะสม (Skill Results Objective)
      3. เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีแนวคิดใหม่ๆ ในการบริหารเวลาอย่างมืออาชีพ ซึ่งส่งผลต่อการสร้างผลผลิต (Productivity) และสร้างความพึงพอใจ (Satisfaction) แบบ 3 มิติ คือผู้บริหารองค์กร, ผู้ปฏิบัติงาน และลูกค้า (Attitude Results Objective)


 หัวข้อการบรรยายและ Workshop
1.    ปัญหาการบริหารเวลาไม่เหมาะสมกับการสร้างความสมดุลการบริหารเวลา
           - ในการใช้เวลาปกติทั่วไป
           - การจัดการเวลาตามเป้าหมาย
2.    การเพิ่มประสิทธิภาพความรวดเร็วในการทำงานด้วยเทคนิคการลดสิ่งรบกวนขณะทำงานต่อการเพิ่มผลผลิตกับความพึงพอใจ (Productivity and Satisfaction)
3.    WORKSHOP การบริหารเวลา 1 : การจัดลำดับความสำคัญและเร่งด่วนของกิจกรรม (Activity Prioritization) เพื่อผลลัพธ์ของการใช้เวลากับกิจกรรมแต่ละประเภท
4.    การกำหนดบทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบ และเป้าหมายระหว่างงานกับเวลา
5.    การกำหนดกิจกรรมสำคัญ แบบ Reactive และ Proactive ระหว่างผู้ปฎิบัติงานหน่วยงานและความต้องการของลูกค้า
6.    เครื่องมือการประเมินการวางแผนบริหารเวลาด้วยการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ
7.    WORKSHOP การบริหารเวลา 2 : การวางแผนและจัดทำตารางการบริหารเวลา(Time Schedule) และผลสำเร็จของงานตามเป้าหมาย (Result Oriented) 
8.    การสร้างระบบการจัดการและบริหารเวลาของตนเอง
9.     การรับคำสั่ง การประชุม การมอบหมาย การสั่งงาน การกระจายงาน และการติดตามงาน
10.  การใช้สื่อ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีกับการบริหารเวลาอย่างเหมาะสม
11. WORKSHOP การบริหารเวลา 3 : เทคนิคการทำงานโดยใช้เวลาอย่างมีประสิทธิผล ได้เป้าหมายและมีมาตรฐาน

ประกาศนียบัตร: บริษัท ไฮโพ เทรนนิ่ง แอนด์ คอนเซ้าท์แทนซี่ จำกัด
รายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:

บริษัท ไฮโพ เทรนนิ่ง แอนด์ คอนเซ้าท์แทนซี่ จำกัด
โทรศัพท์: 02-615-4499, 02-615-4477-8  
แฟกซ์: 02-615-4479 Hotline: 086-3183151-2
เวปไซด์: www.hipotraining.co.th หรือ https://www.dsmarttraining.com/
อีเมล์: hipotraining@gmail.com
ไอดี ไลน์: hipotraining
เฟสบุ๊ค: www.facebook.com/HIPOtraining

#อบรม #สัมมนา  #Professional #Time,Management #มืออาชีพ #บริหารเวลา

หลักสูตร Effective Communication Skills (อบรม 17 ส.ค. 2563)


Effective Communication Skills

วิทยากร: อาจารย์สุพจน์ กฤษฎาธาร
อดีต Business Unit Manager ฝ่ายขายและฝ่ายการตลาด
บริษัท แอ๊บบอต ลาบอแรตอรีส จำกัด จากสหรัฐอเมริกา  
Senior Manager ฝ่ายขายและบริการ บริษัท เทเลคอมเอเชีย คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
และ  ฝ่ายขายและฝ่ายการตลาด บริษัท เบอริงเกอร์ อินเกลไฮม์ (ไทย) จำกัด จากเยอรมนี
จากประสบการณ์ตรงและจริงในวงการที่มากด้วยคุณภาพมากกว่า 25 ปี


17 สิงหาคม 2563
09.00 – 16.00 น.
        ** โรงแรมโกลด์ ออร์คิด กรุงเทพฯ (ถนนวิภาวดีฯ-สุทธิสาร)

        *สถานที่จัดอบรมอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
                                               
หลักการและเหตุผล
            ในโลกของการแข่งขันที่รุนแรงเช่นนี้ การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพภายในองค์กรยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดใหญ่หรือขนาดเล็ก เนื่องจากการสื่อสารที่มีตรงเป้าหมายและได้รับความร่วมมือ นอกจากจะส่งผลต่อการทำงานภายในองค์กร ยังจะส่งผลให้ลูกค้าได้สัมผัสถึงประสบการณ์อันแสนประทับใจ ในทางตรงข้าม หากบริษัทหรือองค์กรใดมีแต่ความขัดแย้ง สื่อสารอย่างขอไปที ลูกค้าย่อมได้รับแต่ประสบการณ์อันเลวร้าย ทุกองค์กรจึงต้องรีบเร่งพัฒนาการสื่อสาร เนื่องจาก “การสื่อสารอย่างประทับใจ คือหัวใจหลักของการขับเคลื่อนองค์กร”


วัตถุประสงค์
1. เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องการสร้างสรรค์และพัฒนาการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพทั้งภายในและภายนอก
     องค์กร
2.  เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์และพัฒนาการสื่อสารและการสร้างทีมงาน
     ภายในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ


หัวข้อการบรรยายและ Workshop
1.   กรอบแนวคิดการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ 
          1.1 มุมมองที่แตกต่างกันในการสื่อสาร
          1.2 ความสำคัญของการสื่อสารที่ดี
          1.3 ปัญหาของการสื่อสาร
2.   สื่อสารอย่างไรให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกันและเกิดการร่วมมือ
          2.1 องค์ประกอบการสื่อสาร
          2.2 แนวทาง หรือ รูปแบบการสื่อสารอย่างไร ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
3.   สิ่งที่ต้องเตือนตัวเองเสมอในการสื่อสาร
          3.1 สื่อสาร ไม่ใช่สั่ง
4.   ปัจจัยแห่งความสำเร็จในการสื่อสาร
5.   กิจกรรม Workshop ““สื่อสารให้ได้ผลงาน”
6.   การใช้จิตวิทยาในการสื่อสารในที่ทำงานที่แตกต่าง – กุญแจแห่งการสื่อสาร
          6.1 ลักษณะการสื่อสารที่สร้างปัญหา และ ที่ควรจะเป็น
          6.2 ตัวอย่างคำพูด
7.   กรณีศึกษา “การสื่อสารในโลกธุรกิจ”
8.   สื่อสารเชิงบวกเพื่อลดความขัดแย้ง – พูดอย่างไรบนพื้นฐาน Positive Thinking
9.   การมุ่งองค์กร แทน ตัวเอง
10. การประยุกต์ความรู้เรื่องการสื่อสารภายในองค์กร มาใช้กับ การสื่อสารภายนอกองค์กร
11. สรุป คำถามและคำตอบ

ประกาศนียบัตร: บริษัท ไฮโพ เทรนนิ่ง แอนด์ คอนเซ้าท์แทนซี่ จำกัด   



รายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:
HIPO Training and Consultancy Co., Ltd.
Telephone: 02-615-4499, 02-615-4477-8  
Fax: 02-615-4479 Hotline: 086-3183151-2
ID Line: hipotraining



Tuesday, April 21, 2020

เทคนิคที่พนักงานขายต้องมี โดยท่านอาจารย์ สุพจน์ กฤษฎาธาร





เทคนิคที่พนักงานขายต้องมี โดยท่านอาจารย์สุพจน์ กฤษฎาธาร     งานขายเป็นงานที่ต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ นักขายที่ประสบความสำเร็จไม่ใช่เพียงอาศัยความรู้ในเชิงทฤษฎีเท่านั้น แต่ต้องนำความรู้ในเชิงทฤษฎีมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมในแต่ละสถานการณ์ด้วย หรือที่เราเราเรียกว่า ลูกล่อลูกชนนั้นเอง แต่พนักงานขายมือใหม่แกะกล่องนั้นย่อมต้องอาศัยเวลาและชั่วโมงบินในการที่จะสะสมเทคนิค ลูกล่อลูกชนต่าง ๆ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่พนักงานขายควรเริ่มต้นเรียนรู้เทคนิคการขายที่ถูกหลักการ และเป็นที่ยอมรับว่าเป็นเทคนิคที่ใช้แล้วได้ผลจริง โดยเฉพาะความสมารถในการการวิเคราะห์ เพื่อให้ทราบความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า การเปิดใจลูกค้า การนำเสนอขายตนเองก่อนขายสินค้า การเจรจาต่อรอง การตอบข้อโต้แย้งเพื่อปิดการขาย รวมทั้งการบริการหลังการขาย เพื่อให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ
ดูหลักสูตรอื่นเพิ่มเติมได้ที่ https://hipotraining.co.th/ หรือ https://www.dsmarttraining.com/
โทร 086-318-3151-2

Line@ : 761mvknp
รับชมตัวอย่างการสอนเพิ่มเติมได้ที่ช่อง 
HIPO Training

แนะนำเนื้อหาหลักสูตร เทคนิคการขายเพื่อเพิ่มยอดขายและขยายฐานลูกค้าใหม่_อาจารย์สุพจน์ กฤษฎาธาร







แนะนำเนื้อหาหลักสูตร เทคนิคการขายเพื่อเพิ่มยอดขายและขยายฐานลูกค้าใหม่

โดย วิทยากร : อาจารย์สุพจน์ กฤษฎาธาร
​​​​​​​
รายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:

บริษัท ไฮโพ เทรนนิ่ง แอนด์ คอนเซ้าท์แทนซี่ จำกัด
 โทรศัพท์ 02-615-4499, 02-615-4477-78
 โทรสาร  02-615-4479
 เว็บไซต์ www.hipotraining.co.th หรือ www.dsmarttraining.com
 อีเมล์ hipotraining@gmail.com
 เฟสบุ๊ค www.facebook.com/HIPOtraining
 Line id : @761mvkmp
รับชมวีดิโอเพิ่มเติมได้ ที่ช่อง HIPO Training